รู้จักสตูดิโอดิสนี่ย์ สตูดิโอที่ครองใจคนทั้งโลก

สตูดิโอดิสนี่ย์ หรือ The Walt Disney Company เป็นชื่อสตูดิโอผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นและภาพยนตร์ภายใต้ลิขสิทธิ์รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุกระดับโลกและเป็นสตูดิโอขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของฮอลลีวู้ด สตูดิโอดิสนี่ย์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปี 1923 โดยสองพี่น้อง วอลต์ ดิสนี่ย์ และ รอย ดิสนี่ย์ โดยการ์ตูนเรื่องแรกที่ออกฉายคือ มิกกี้ เมาส์ แต่เดิมก่อนก่อตั้งสตูดิโอนั้น ตระกูลดิสนี่ย์เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนซึ่ง วอลต์ ดิสนี่ย์ เองนั้นเคยเล่าให้ฟังว่าในวัยเด็กเขาและครอบครัวต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปตัดฝืนหาเลี้ยงครอบครัว จนกระทั่งโตขึ้นและเข้าสู่วัยทำงานโดย วอลต์ ดิสนี่ย์ และ รอย ดิสนี่ย์ เรียนจบสาขาภาพยนตร์และริเริ่มการเปิดสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์เล็กๆขึ้น เริ่มแรกช่วงก่อตั้งนั้นก่อตั้งในชื่อ ดิสนีย์บราเธอส์คาร์ตูนสตูดิโอ โดยทั้งคู่ทำสัญญากับทาง เอ็ม เจ. วิงเกอร์ ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น  วอลต์ดิสนีย์สตูดิโอ แม้ว่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์แต่ก็ยังคงเป็นสตูดิโอขนาดเล็กซึ่งต่อมาทางผู้จัดจำหน่ายนั้นได้ยุติการให้ทุนแก่วอล์ต ดิสนี่ย์ ซึ่งเขาจำเป็นต้องหาทุนมาสร้างภาพยนตร์ต่อ ซึ่งระหว่างที่เขากำลังเดินโดยรถไฟนั้นเขาสังเกตเห็นหนูตัวหนึ่งอยู่บนรถไฟซึ่งทำให้เขาคิดไอเดียในการสร้างการ์ตูนขึ้นมาเรื่องหนึ่งโดยให้ตัวละครหนูเป็นตัวดำเนินเรื่องและตั้งชื่อว่า มอร์ติเมอร์ แต่ทางภรรยาของเขาแนะนำให้ตั้งชื่อใหม่ว่า มิกกี้ จะดีกว่า โดยตัวละครมิกกี้นั้นปรากฏครั้งแรกในการ์ตูนชุด Steamboat Willie หรือ เรือกลไฟวิลลี่ ออกฉายในวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 1928 ซึ่งตัวละครเจ้าหนูมิกกี้ เมาส์ นั้นกลายเป็นตัวละครที่โด่งดังมานับแต่นั้นและทำให้มีผู้คนรู้จักในวงกว้างมา นอกจากนี้การ์ตูนชุดนี้ยังเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่นำเสียงเข้ามาในเรื่องด้วย ต่อมาเขาสร้างการ์ตูนชุดใหม่เรื่อง Silly Symphonies และกลายเป็นการ์ตูนเรื่องแรกของฮอลลีวู้ดที่ได้รับรางวัลออสการ์ นับแต่นั้นสตูดิโอดิสนี่ย์กลายเป็นสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์การ์ตูนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวงการฮอลลีวู้ดและได้นำนิทานพื้นบ้านมาดัดแปลงเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กไม่ว่าจะเป็น Academy Award Review of Walt Disney Cartoons, Snow White and the Seven Dwarfs, Pinocchio, Fantasia, Dumbo,  Cinderella,  Alice in Wonderland, Sleeping Beauty, Beauty and the Beast และอีกมากมายซึ่งรวมทั้งหมดนับตั้งแต่เข้าฉายจนถึงปัจจุบันมีจำนวนกว่า 55 เรื่อง ต่อมาทางดิสนี่ย์ริเริ่มการสร้างภาพยนตร์ฉบับคนแสดงโดยภาพยนต์เรื่องแรกที่ดิสนี่ย์อยากสร้างคือเรื่อง แมรี่ ป๊อบปิ้นส์ โดยเขาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ของ พี.แอล.เทรเวอรส์ ซึ่งกว่าที่จะได้สร้างเขาต้องเจรจากับ เทรเวอรส์ หลายครั้งจนกระทั่งออกฉายในปี 1964 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงและสามารถคว้ารางวัลออสการ์ถึง 5 รางวัล

 

ทอย สตอรี่ (toys story)

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้สัมผัสกับการชมการ์ตูนจากดีสนีย์คลับมาแล้วไม่มากไม่น้อย มีการ์ตูนที่ทำให้ทุกท่านที่ได้รับชมแล้วเกิดความประทับใจมาหลายเรื่องแล้ว อย่างที่บอกการ์ตูน เป็นที่นิยมของเหล่าเด็กตัวเล็กๆเป็นอย่างมากเลยทีเดียวความสุขของเหล่าเด็กตัวน้อยเหล่านี้ ก็มีการ์ตูนที่ทำให้มีความคิดที่สร้างสรรค์ จินตนาการก็จะมีให้เห็นอย่างชัด เมื่อพวกเขาได้ดูการ์ตูนจากดิสนีย์ แน่นอนการ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนของวอลดิสนีย์ กับ toy story ซึ่งเป็นการ์ตูนแอดิเมชั่นที่ยอดเยี่ยมชิ้นดีชิ้นหนึ่ง เป็นแอนิเมชั่นคู่หูออกแนวตลกๆด้วยการสร้างจากคอมพิวเตอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นกำกับ จอห์น แลสเซเทอร์ ถ้าพูดเรื่องราวของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้บอกเลยว่า  เคยทำรายได้สูงสุดมาแล้วนอกจากนี้ยังได้รางวัลต่างๆอีกมากมาย ตัวละครของแอนิเมชั่นพูดได้คำเดียวมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเนื้อเรื่องเรื่องนี้ เริ่มต้นที่โลกที่ของเล่นมนุษย์โลกรูปนิยมทำเป็นแสร้งทำเป็นไม่มีชีวิตในเวลาที่มนุนย์ไม่อยู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เล่าถึงความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมดไว้ได้เป็นอย่างดี อย่างวู้ดี้ ตุ๊กตาคาวบอยยุคเก่า และบัซซ์ ไลด์เยียร์ หุ่นนักดาราศาสตร์ เนื้อเรื่องโดยเริ่มจากความเป็นอริแข่งกันเรียกร้องความสนใจ ก็ได้กลายเป็นเพื่อนร่วมมือกันให้ได้กลับมาอยู่กับแอนดี้ที่กำลังจะย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่ การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นมีบทภาพยนตร์ที่ทางด้าน จอสส์ วีดอน และ อเล็ก โซโคโลว  ดนตรีเพลงเพราะประกอบหนังเรื่องนี้ โดย แรนดี้ นิวแมน และอำนวยการสร้างโดย สตีฟ จอส์ และ เอ็ดวิน แคตมัลล์

คนค่อมแห่งนอเทรอดาม การ์ตูนที่หดหู่ที่สุดของดิสนี่ย์

คนค่อมแห่งนอเทรอดาม หรือ The Hunchback of Notre Dame เป็นการ์ตูนของดิสนี่ย์ออกฉายเมื่อปี พ.ศ.2539 การ์ตูนที่ได้รับการดัดแปลงมาจากนิยายของ วิกตอร์ อูโก เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาแนวดราม่าส่วนใหญ่ เป็นเรื่องราวของชายพิการหลังค่อมที่ต้องการยอมจากสังคม

เรื่องราวเกิดขึ้น ณ กรุงปารีส กองทหารมีการซุ่มจับพวกลักลอบเข้ากรุงปารีส ขณะเดียวกันบริเวณ ข้างวัดนอทร์-ดาม มีชาวยิปซีสี่คนล่องเรือเข้ามาลับ ๆ ผู้พิพากษาฟร็อลโลจึงเข้าแสดงตัวและจับกุม หญิงยิปซีคนหนึ่งถือห่อผ้าไว้และไม่ยอมให้ตรวจค้นและหลบหนีเหล่าทหารและผู้พิพากษา จนกระทั่งเธอสดุดล้มลงและหัวฟาดพื้นเสียชีวิต ผู้พิพากษาฟร็อลโลพบว่าบางสิ่งที่อยู่ในห่อผ้านั้นคือ เด็กทารกเพศชายซึ่งพิการ ทั้งนี้เจ้าอาวาสจึงขอให้ทารกอาศัยอยู่ที่วัดนอทร์เทอดาม

เวลาผ่านไป 20 ปี ทารกคนนั้นเติบโตขึ้นมีชื่อว่า ควอซีโมโด เขาเป็นผู้ชายที่มีนิสัยดีเป็นมิตรไมตรี เขาอาศัยอยู่บริเวณหอระฆังของวัดและมีหน้าที่ตีระฆังวัด ควอซีโมโดไม่เคยได้มีโอกาสออกสู่โลกภายนอกเพราะเจ้าอาวาสพร่ำสอนเขาเรื่องของโลกภายนอกว่ามีผู้คนไม่น้อยที่รังเกียจคนพิการและหน้าดีอัปลักษณ์ แต่เขาไม่เชื่อ วันหนึ่งขณะที่เขาแอบหนีออกจากโลกภายนอกผู้คนที่เห็นหน้าตาของควอซีโมโดต่างก็รังเกียจและอัปลักษณ์ จึงรุมรังแกเขาอย่างสนุกสนาน

เกิดความเปลี่ยนแปลงในการปกครองของฝรั่งเศส ผู้พิพากษาฟร็อลโลพบว่า แม้เขามีอุดมการณ์กวาดล้างคนนอกกฎหมาย ขณะที่การปกครองนั้นเริ่มมีความรุนแรงขึ้นระหว่างการกวาดล้างคนนอก ควอซีโมโด ต่างรู้ดีว่าเขาเองก็เป็นคนนอกและต้องทำทุกทางเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเขามีคุณค่า

ความแตกต่างของ เจ้าหญิงนิทราฉบับดิสนี่ย์และต้นฉบับ

ตอนเด็กๆเราได้มีโอกาสชมการ์ตูนดิสนี่ย์สุดคลาสสิกเรื่อง Sleeping Beauty หรือ เจ้าหญิงนิทรากันมาบ้างแล้ว ซึ่งเรื่องราวได้มีการดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์คนแสดงเรื่อง มาเลฟิเซนต์ ที่ส่งนักแสดงสาวมากฝีมือ แอนเจลเลน่า โจลี่ มารับบท มาเลฟิเซนต์ วายร้ายที่ร้ายที่สุดของโลกดิสนี่ย์ เรื่องราวของเจ้าหญิงนิทรากล่าวถึง ณ ดินแดนอันห่างไกล พระราชินีให้กำเนิดธิดาที่น่ารักและพระราชาได้เชิญเหล่ากษัตริย์และราชินีจากเมืองต่างๆและขุนนางคนสำคัญทั่วทุกสารทิศมาร่วมแสดงความยินดี รวมถึงเหล่านางฟ้าแม่ทูนหัวทั้ง 3 ตนมาอวยพรธิดาน้อยด้วย แต่แล้วมาเลฟิเซนต์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคำสาปธิดาน้อยว่า เมื่ออายุครบ 16 ปี ขอให้ถูกเข็มปั่นด้ายแทงนิ้วและหลับไหล จนเมื่อเจ้าชายองค์หนึ่งผ่านมาและจุมพิตก็จะพ้นคำสาป นี่คือเรื่องราวในเจ้าหญิงนิทราของดิสนี่ย์

สำหรับเรื่องราวต้นฉบับนั้นมันแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง มีการบอกเล่าเรื่องราวครั้งแรกผ่านวรรณกรรมของฝรั่งเศสในช่วงปี 1528 เล่าว่าเจ้าหญิงของเมืองนั้นเกิดหลงรักเจ้าหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า ทรอยลัส ทั้งสองคนรักกันมากและพระราชาให้พิสูจน์ว่าตนคู่ควรกับเจ้าหญิง วันหนึ่งเจ้าหญิงเกิดโดนเข็มปั่นได้แทงนิ้วเข็มนั้นยังฝั่งอยู่ในนิ้วแม่เธอทำให้เธอหลับไหลและไม่ตื่นขึ้น ขณะที่เจ้าหญิงกำลังหลับ ทรอยลัส เผลอข่มขืนเธอขณะหลับจนตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชาย วันหนึ่งบุตรชายเธอเกิดหิวและดูดนิ้วมือที่มีเข็มฝั่งอยู่ เข็มนั้นเกิดหลุดออกมาทำให้เจ้าหญิงตื่นขึ้นจากหลับไหล เธอพบว่าบุตรชายเธอเป็นลูกของเธอกับทรอยลัส ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกันตามความสมหวัง

ราชินีหิมะ จากราชินีใจร้าย สู่แอนิเมชั่นดิสนี่ย์ Forzen

ในปี 2013 ดิสนี่ย์ส่งแอนนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมและกลายเป็นแอนิเมชั่นที่มีกระแสตอบรับมากที่สุดรวมถึงสามารถทำรายได้ขึ้นอันดับหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2013 และแน่นอนว่าการ์ตูนของดิสนี่ย์ย่อมมีการดัดแปลงเนื้อเรื่องของนิทานต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง

สำหรับ Forzen ดัดแปลงจากนิทานเรื่อง ราชินีหิมะ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เนื้อเรื่องต้นฉบับเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของราชินีหิมะ ผู้ซึ่งเย็นชา ไม่มีความรัก และใจร้าย เธอจะสาปทุกคนที่เข้ามาในวังของเธอ นั่นส่วนหนึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะว่าราชินีสูญเสียลูกที่รักของเธอไป ดินแดนทางตอนเหนือจึงกลายเป็นดินแดนต้องห้ามของทุกๆคน วันหนึ่งขณะที่เด็กชายและเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กหญิงรู้สึกเหนื่อยจึงกลับไปดื่มน้ำขณะที่กลับมาเด็กหญิงเห็นว่าเด็กชายมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาไร้ความรู้สึก เหยือกเย็น เด็กชายเดินหาไปในป่าและไม่กลับมาอีก ชาวบ้านเชื่อว่าเด็กชายถูกคำสาปของราชินีหิมะและแน่นอนว่าเขาอาจจะตายในไม่ช้า เด็กหญิงจึงอาสาออกเดินทางไปทางเหนือเพื่อไปยังปราสาทของราชินีหิมะ

เมื่อเดินทางไปถึง เด็กหญิงพบเพียงโถงที่ว่างเปล่าและความหนาวเย็น เด็กหญิงเดินต่อไปจนเห็นเด็กชายอยู่ในห้องเขาราชินี เขาไร้ความรู้สึก ตัวเย็นเฉียบผิวขาวซีด ราชินีหิมะบอกว่าเขาจะตายในไม่ช้าและเด็กหญิงต้องไปทาสรับใช้ตนตลอดไป ด้วยความรักที่มีต่อเด็กชาย เด็กหญิงกอดเด็กชายไว้แน่น ฉับพลันตัวของเด็กชายเริ่มอุ่น เขาฟื้นคืนสติ ก่อนจากไปพวกเขาบอกกับราชินีหิมะว่าความรักที่มีให้กันเท่านั้นจึงจะทำลายคำสาปได้

โพคาฮอนทัส ไม่ใช่แค่นิทานแต่มาจากเรื่องจริง

โพคาฮอนทัส (Pocahontas) การ์ตูนของดิสนี่ย์ออกฉายเมื่อปี 1995 เป็นเรื่องราวของความรัก การผจญภัยของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าชนเผ่าอินเดียนแดงในป่าใหญ่ ด้วยความสนุกสนานของเนื้อเรื่องและบทเพลงที่ไพเราะมากในเรื่อง ทำให้การ์ตูนชุดโพคาฮอนทัสมีความสนุกสนานลงตัว เรื่องราวของโพคาฮอนทัสนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่นิทานหรือเรื่องราวที่เสริมเติมตั้งขึ้นมา เรื่องราวของโพคาฮอนทัสเป็นเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง

เรื่องราวของโพคาฮอนทัส ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ.1600 มันเป็นยุคของการสำรวจดินแดนอื่นๆบนโลกรวมถึงยุคของการล่าอาณานิคมของอังกฤษในช่วงนั้น เดิมที่โพคาฮอนทัสชื่อจริงคือ มาโตอาคา เธอเป็นเจ้าหญิงของชนเผ่าอินเดียนแดงพื้นเมืองของอเมริกัน มาโตอาคา ถูกยอมรับว่าเป็นวีรสตรีและบุคคลสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์ เธอสามารถรักษาสันติระหว่างชนเผ่าอินเดียนแดงและชาวอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งในช่วงเวลานั้นนับตั้งแต่การค้นพบทวีปอเมริกาของอังกฤษ ก่อเกิดสงครามระหว่างทั้งสองขึ้น มาโตอาคา ได้สร้างวีรกรรมของเธอโดยการช่วยชีวิตนักผจญภัยชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อว่า จอห์น สมิธ ซึ่งกำลังถูกประหารชีวิตโดยชนเผ่าของเธอ

หลังจากที่ช่วยเหลือ จอห์น สมิธ มาโตอาคา ได้ออกผจญภัยไปยังโลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักอย่างประเทศอังกฤษ เธอได้เรียนรู้ว่าโลกที่เธอพบเจอนั้นมันเล็กน้อยนิด เรื่องราวของ มาโตอาคา ได้รับการนำมาสร้างเป็นการ์ตูนดิสนี่ย์ในที่สุด โดยมีการดัดแปลงเรื่องราวให้เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัยและบทเพลงที่ไพเราะลงตัว

สโนว์ไวท์ กับเรื่องราวต้นฉบับที่ดาร์กกว่าดิสนี่ย์ ตอนที่ 2

หลังจากเรื่องราวสุดโลกสวยของดิสนี่ย์อย่างสโนไวท์ออกฉายก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากและทำให้เรื่องราวของสโนไวท์กลายเป็นการ์ตูนสุดคลาสสิคไปเลย นอกจากนี้มีค่ายสตูดิโอหลายค่ายนำเรื่องราวของสโนไวท์ไปดัดแปลงเรื่องราวใหม่ๆที่ไม่เหมือนของดิสนี่ย์อย่างเช่น Snow White and the Huntsman และ Mirror Mirror ทั้งนี้เรื่องราวของสโนไวท์ฉบับดั้งเดิมกลับเล่าเรื่องราวที่ดาร์กกว่ามาก เรื่องของต้นฉบับเล่าไว้ว่า

สโนไวท์มีเรื่องราวของมีความรุนแรง เซ็กซ์ และความโหดร้าย โดยเล่าไว้ว่าสโนไวท์นั้นมีแม่เลี้ยงซึ่งบิดาเธอแต่งงานใหม่ในวัง แม่เลี้ยงใจร้ายใช้เสน่ห์ให้พ่อเธอหลงใหลและคอยขัดขวางสโนไวท์ตลอด เธอเก็บกดมากยิ่งเฉพาะแม่เลี้ยงสั่งให้เธอเป็นคนใช้ในวังของบิดาซึ่งเธอต้องขึ้นครองราชย์ต่อจากบิดา สโนไวท์ด่าแม่เลี้ยงว่าแม่มด ซึ่งจริงแล้วคำว่าแม่มดนั้นเป็นคำประณามเหยียดเพื่อให้หญิงสาวผู้นั้นถูกเผาทั้งเป็น แม่เลี้ยงสั่งให้นายพรานล่อสโนไวท์เข้าป่าแล้วฆ่าทิ้งเสีย นายพรานนึกสงสารและปล่อยสโนไวท์โดยที่สโนไวท์เองก็ตอบแทนด้วยการมีเซ็กซ์กับนายพราน สโนไวท์หนีไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีกลุ่มคนแคระอาศัยอยู่ ซึ่งในต้นฉบับกล่าวถึงกลุ่มชาวจีนอพยพซึ่งมีรูปร่างเตี้ย ตัวเล็ก จึงเป็นที่มาของคนแคระ

แม่เลี้ยงใจร้ายรู้ว่าสโนไวท์หลบอยู่ที่นั่นจึงปลอมตัวเป็นหญิงชราและนำแอปเปิ้ลทายาพิษให้สโนไวท์กินหลังจากนั้นคนแคระมาเห็นก็ไล่ตีแม่เลี้ยงใจร้ายจนตาย ส่วนสโนไวท์ก็ฟื้นขึ้นมาไม่ใช่เพราะจุมพิทแต่เป็นยาถอนพิษต่างหาก บางข้อมูลกล่าวว่าสโนไวท์แก้แค้นแม่เลี้ยงใจร้ายโดยใส่ความว่าเป็นแม่มดและนำไปเผาทั้งเป็น

 

สโนว์ไวท์ กับเรื่องราวต้นฉบับที่ดาร์กกว่าดิสนี่ย์ ตอนที่ 1

สโนว์ไวท์ เจ้าหญิงแห่งดิสนี่ย์อีกเรื่องที่พูดถึงเรื่องของความงดงาม เพลงที่ไพเราะและเนื้อเรื่องที่สุดน้ำเน่าของเจ้าหญิงสูงศักดิ์ที่ต้องหนีออกจากปราสาทของตนจากแม่มดใจร้าย เรื่องราวของสโนไวท์กลับกลายว่าเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆจำนวนมาก และแน่นอนว่าทางดิสนี่ย์นั้นได้นำนิทานของสโนว์ไวท์ฉบับดั้งเดิมซึ่งมีความดาร์กกว่ามากเมื่อเทียบกับฉบับการ์ตูนของดิสนี่ย์

ในฉบับของดิสนี่ย์พูดถึง ปราสาทนะดินแดนไกลพ้นมีเจ้าหญิงรูปงามที่โดนแม่เลี้ยงซึ่งเป็นมดใจร้ายบังคับให้ใส่เสื้อผ้าเก่าขาดและเป็นคนใช้ เจ้าหญิงที่มีโฉมงดงาม ปากแดงดุจกุหลาบ เกศาดำดังมะเกลือและผิวพรรณที่ขาวผ่องดุจหิมะในฤดูหนาว นามว่า สโนว์ไวท์ วันหนึ่งแม่มดร้ายได้ถามกระจกวิเศษว่าใครงามเลิศในปฐพี กระจกตอบว่าสโนไวท์ทำให้แม่มดร้ายวางแผนให้นายพรานล่อสโนไวท์ไปสังหารในป่า แต่พรานกลับปล่อยสโนไวท์หนีไปจนพบกับบ้านเล็กๆหลังหนึ่งซึ่งเป็นของกลุ่มคนแคระเจ็ดคน แม่เลี้ยงรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ก็จัดการแปลงกายเป็นหญิงชรานำแอปเปิ้ลอาบยาพิษให้สโนไวท์กิน สโนไวท์กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราเพราะพิษร้าย ขณะที่คนแคระไล่ตามแม่มดใจร้ายไปจนถึงหน้าผา แม่มดร้ายถูกฟ้าผ่าตกหน้าผาตายในที่สุด เหล่าคนแคระนำสโนไวท์ไว้ในโลงแก้ว จนกระทั่งเวลาผ่านไป มีเจ้าชายรูปงามผ่านมาเห็นสโนไวท์และรู้สึกถึงความรักจึงจุมพิทสโนไวท์ หลังจากนั้นเธอก็ตื่นจากการหลับไหลและได้สมรสกับเจ้าชายรูปงามและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

 

 

 

ซินเดอเรลล่า การ์ตูนดิสนี่ย์ ดัดแปลงจากนิทานโลกไม่สวย ตอนที่ 2

แอนน์วิ่งไปร้องไห้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ฝังศพของแม่เธอ เธอได้อธิษฐานใต้ต้นไม้ที่ฝังศพแม่เธอ เมื่อลืมตาขึ้นมากลับมีรองเท้าแก้วงดงามและเสื้อผ้าที่สวยงามอยู่ข้างกายเธอ เธอจึงนำมันใส่ไปงานเต้นรำของเจ้าชายรูปงามที่ปราสาทสวยงาม ในระหว่างงานเต้นรำนั้นแม่เลี้ยงใจร้ายก็แนะนำลูกสาวทั้ง 2 คนของนางให้แก่พระราชาและเจ้าชายซึ่งเจ้าชายเองก็ไม่ได้สนใจอะไร แอนน์เดินเข้ามาในงานเต้นรำทุกคนมองเธอราวกับถูกมนต์สะกด เจ้าชายเห็นเช่นนั้นก็เชิญแอนน์เต้นรำด้วยกัน แม่เลี้ยงและลูกสาวต่างก็แปลกใจว่าหญิงคนใดมางานเต้นรำนี้ซึ่งพวกนางก็จำไม่ได้ว่าใคร

แอนน์เต้นรำอย่างมีความสุขกับเจ้าชายฉับพลันเธอทำรองเท้าแก้วหลุด และนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนแล้วเธอกลัวว่ามนต์จะเสื่อมจึงวิ่งหนีเจ้าชายออกไปและไม่หันกลับมาอีกเลย เจ้าชายประกาศออกตามหาหญิงสาวเจ้าของรองเท้าแก้วข้างนั้นจากทั่วทั้งหมู่บ้านรอบอาณาจักร รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงและหากหญิงคนใดสามารถสวมรองเท้าแก้วได้จะอภิเสกสมรสกับหญิงผู้นั้น มีหญิงสาวจำนวนมากเข้ามาลองรองเท้าแก้วแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเจ้าชายนึกขึ้นได้ว่ายังเหลือบ้านหลังหนึ่งของเศรษฐีผู้มีภรรยาและลูกสาว 2 คน  เขาจึงนำมันไปให้หญิงสาวทั้ง 2 คนใส่ คนแรกเมื่อใส่แล้วเกิดใส่ไม่ได้เนื่องจากหัวแม่โป้งใหญ่เกินไป ผู้เป็นแม่จึงตัดนิ้วหัวแม่โป่งของลูกสาวคนโต ส่วนลูกคนที่ 2 ก็ใส่ไม่ได้เพราะส้นเท้ายื่นออกมาแม่เลี้ยงจึงเฉือนส้นเท้าออกไป เจ้าชายเกือบจะหลงเชื่อทำให้นกแสนรู้ร้องบอกเจ้าชายว่ามีหญิงอีกคนหนึ่ง เจ้าชายให้แอนน์ใส่รองเท้าซึ่งพอดีกับเท้า จากนั้นเจ้าชายก็รับแอนน์เข้าไปอยู่ในวัง สำหรับแม่เลี้ยงใจร้ายก็โดนเนรเทศและกลุ่มนกก็จิกตาทั้ง 2 ข้างของลูกสาวนางตาบอดในที่สุด

ซินเดอเรลล่า การ์ตูนดิสนี่ย์ ดัดแปลงจากนิทานโลกไม่สวย ตอนที่ 1

 

สำหรับเรื่องราวของ ซินเดอเรลล่า นิทานสุดคลาสสิคที่เราเคยได้ยินมาแล้วในวัยเด็กเรื่องราวของเด็กสาวสวยที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายและลูกสาวทั้ง 2 ของเธอกลั่นแกล้งต่างๆนาๆ และได้สวมรองเท้าแก้วจากนางฟ้าและได้แต่งงานกับเจ้าชายรูปงาม.. เรื่องราวของซินเดอเรลล่านี้เด็กๆหลายคนที่ได้ยินเรื่องราวนี้คิดว่ามันเป็นนิทานที่มีความสุขมาก เรื่องราวที่สวยงดงามและจบแบบแฮปปี้ แต่รู้หรือไม่ว่าซินเดอเรลล่าที่ดิสนี่ย์นำมาดัดแปลงนั้น นิทานดั้งเดิมนั้นกลับมีเนื้อเรื่องที่โลกไม่สวยซะเท่าไหร่

สำหรับเรื่องราวนิทานต้นฉบับของซินเดอเรลล่านั้น ดิสนี่ย์ได้ดัดแปลงมาจากนิทานของพี่น้องตระกูลกริมม์ เศรษฐีผู้ร่ำรวยและภรรยามีลูกสาวที่น่ารักชื่อว่า แอนน์ เดล ทาโคล ทั้ง 3 ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั่งวันหนึ่งภรรยาล้มป่วยและเสียชีวิตลง เศรษฐีเสียใจมาก วันหนึ่งเขาออกเดินทางไปค้าขายที่เมืองอื่นและกลับมาพร้อมกับภรรยาใหม่และลูกติดของเธอ 2 คน ต่อหน้าพ่อแม่เลี้ยงทำดีกับ แอนน์ มากจนวันหนึ่งพ่อค้าออกเดินทางไปค้าขายและเสียชีวิตขณะเดินทาง บ้านจึงตกเป็นของแม่เลี้ยงและก็เผยธาตุแท้ออกมา นางและลูกทั้ง 2 ใช้แอนน์อย่างกับคนใช้ให้ใส่เสื้อผ้าเก่าขาด วันหนึ่งมีสาส์นจากพระราชาเชิญไปงานเต้นรำซึ่งมีเจ้าชายรูปงามกำลังหาหญิงงามมาอภิเสกสมรส แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้ง 2 ต่างดีใจและหาเสื้อผ้าสวยๆมาใส่ไปงาน แอนน์ก็สนใจและหาเสื้อผ้าสวยๆของแม่เธอใส่ไปงานเช่นกันขณะที่เธอใส่นั้นแม่เลี้ยงและลูกทั้ง 2 ของนางก็ร่วมมือกันฉีกเสื้อผ้าและรุมทึ่งผมเธอเพื่อไม่ให้ไปงานเต้นรำ